dot

ราคาสินค้า
หมวดสินค้า
ยี่ห้อสินค้า

  [Help]
dot
dot
dot
Facebook อ.สมชาย
dot
dot
Line-เป็นเพื่อนทางไลน์


รายการ Photo Story Cheeze และ Review
 กูเกิลพลัส
PhotoHutFan
เทคนิคถ่ายภาพด้วยกล้อง Olympus
เทคนิคถ่ายภาพด้วยกล้อง FujiFilm
เทคนิคถ่ายภาพด้วยกล้อง canon
เทคนิคถ่ายภาพด้วยกล้อง Samsung
เทคนิคถ่ายภาพด้วยกล้อง Nikon


มือใหม่อยากซื้อกล้อง DSLR อ่านตรงนี้เลย

มือใหม่อยากซื้อกล้อง DSLR อ่านตรงนี้เลย !! TechXcite มีเทคนิคการเลือกซื้อกล้อง DSLR ให้อ่าน

สำหรับบทความนี้ TechXcite หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้มือใหม่ที่อยากเล่นกล้อง DSLR ได้อ่าน

และได้ข้อคิดก่อนตัดสินใจซื้อกล้อง DSLR สักตัว สำหรับผู้ที่มองหากล้อง DSLR อยู่

คงอยากรู้ว่าจะต้องเลือกกล้องรุ่นไหน ยังไง ซื้อตัวไหนดีระหว่าง....กับ.....

ซึ่งคำถามเหล่านี้จะผุดขึ้นในหัวทุกครั้งของมือใหม่ที่กำลังลังเลและมองหา กล้อง DSLR ดีๆสักตัวไว้ใช้งาน

นี่คือคำแนะนำในการคิดเลือกซื้อกล้อง DSLR ที่ TechXcite อยากจะแนะนำ

เพราะไม่สามารถอธิบายเฉพาะเจาะจงเป็นยี่ห้อหรือรุ่นได้หมด และไม่สามารถฟันธงได้ว่ายี่ห้อไหนดี

กว่ายี่ห้อไหนได้ ซึ่งหลายท่านเองมักจะมีคำถามคล้ายๆกันว่า Canon หรือ Nikon ดีกว่ากัน เป็นต้น

(จริงๆแล้วยังมีอีกหลายยี่ห้อ เช่น Sony Pentax)

1. ถามตัวเองก่อนว่า พร้อมจะใช้ DSLR หรือยัง เพราะหากคุณเป็นมือใหม่จริงๆที่ไม่เคยจับกล้อง DSLR

และไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องถ่ายภาพ ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ DSLR แม้กล้อง DSLR

จะช่วยให้ได้ภาพสวยมากๆก็จริง แต่ความสวยนั้นต้องแลกมาด้วยราคาและที่สำคัญ "ไม่ง่ายอย่างที่คิด"

แน่ นอนว่าคุณต้องเสียเงินเพื่อแลกกับสารพัดเลนส์ที่ช่วยให้เก็บภาพได้ตามที่

ต้องการ เลนส์มาโครสำหรับถ่ายแมลง ถ่ายดอกไม้ ราคาไม่ต่ำกว่าหมื่น

หากอยากถ่ายวิวกว้างๆ ต้องซื้อเลนส์มุมกว้างซึ่งราคากว่า2หมื่น ยังไม่นับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ

เช่น แฟลช กระเป๋า เมมโมรี่การ์ด แถมคุณยังต้องมางงกับสารพัดเมนูที่กล้อง DSLR

อาจทำให้กลายเป็นกล้องที่ถ่ายแล้วไม่สวยก็เป็นได้ ดังนั้นถามตัวเองว่าพร้อมแล้วใช่ไหมสำหรับ

การเล่นกล้อง DSLR หากคุณพร้อมแล้วที่จะใช้กล้อง DSLR และเป็นมือใหม่ที่พร้อมเรียนรู้ อ่านข้อต่อไปได้เลย

2. เตรียมงบประมาณ เมื่อพร้อมแล้วที่จะเอาดีและรักการถ่ายภาพจริงๆ หรือมีเงินเหลือใช้แล้วอยากได้กล้อง DSLR

ไว้สะพายสักตัว ขอให้คุณเตรียมงบไว้เลยว่ามีงบเท่าไรที่จะลงทุนซื้อกล้อง DSLR สักตัว แต่ที่แน่ๆถ้าเป็นของใหม่ออกห้าง

แน่นอนว่าไม่ต่ำกว่า 2 หมื่น (ซึ่งมือใหม่น้อยคนนักที่จะกล้าไปซื้อมือสองมาใช้) ดังนั้นเตรียมเงินในกระเป๋าไว้เลย

และที่จะแนะนำต่อไปคือ เตรียมแค่ 2 หมื่น อาจจะไม่เพียงพอสำหรับโครงการกล้องตัวแรก เพราะคุณจะต้องซื้อฟิลเตอร์

ซื้อกระเป๋ากล้องมาอีกต่างหาก (ร้านค้าส่วนใหญ่ จะแถมฟิล์มกันรอย เมมโมรี่การ์ด ชุดทำความสะอาด หรือแม้แต่ขาตั้งกล้องที่ใช้จริงไม่ได้มาให้

เจียดงบส่วนต่างไว้อีกสัก 1000 บาทขึ้นไปสำหรับอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ด้วย สุดท้ายคือของดีย่อมมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่า ขึ้นอยู่กับว่าซื้อมาแล้วได้ใช้เต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า

3. เลือกรุ่นตามงบประมาณที่ได้กำหนดไว้ กำตังค์ไว้ให้ดีแล้วจัดการหาข้อมูลว่ามีกล้องรุ่นใดบ้างที่อยู่ในงบประมาณ

ที่วางไว้ จะซื้อเลนส์หรืออุปกรณ์เสริมอื่นด้วยหรือเปล่า (แต่มือใหม่ส่วนใหญ่มักจะมองหาแค่กล้องกับเลนส์คิทสักตัวก็บอกว่าพอแล้ว)

แหล่งข้อมูลในปัจจุบันมีทั้ง อินเทอร์เน็ต นิตยสาร โบรชัวร์ เพื่อนๆรอบข้างที่พอมีความรู้หรือลองไปดูที่ร้านเลยก็ได้

จากนั้นจัดการรวบรวมรุ่นที่อยู่ในงบประมาณ มาลองดูว่ามีรุ่นไหนบ้าง เช่นงบซื้อเฉพาะบอดี้กล้องไม่เกิน 30,000 บาท ลองดูว่ามีรุ่นไหนที่ราคาไม่เกินงบในกระเป๋าแล้วจดออกมา

4. อ่านสเป็คให้เป็นก่อน มือใหม่หลายท่านมักจะตั้งคำถามว่ารุ่นนี้ดีกว่าอีกรุ่นอย่างไร นี่เป็นเพราะว่าคุณเลือกรุ่นได้แล้วที่อยู่ในงบประมาณ

แต่ไม่รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร ทำไมอีกตัวแพงกว่าแค่ 2 พัน อีกยี่ห้อราคาเท่ากัน แล้วแบบนี้จะเลือกอย่างไรล่ะ มันต่างกันตรงไหนบ้าง

ฉะนั้นคุณต้องอ่านสเป็คให้เป็นก่อนซื้อและ ขอบอกเลยว่าไอ้เจ้าสเป็คนี่แหละทำ เอาปวดหัวเพราะมันจะสาธยายเป็นตัวเลขและศัพท์แปลกๆที่ไม่รู้ว่าจะช่วยให่เรา ได้รูปสวยๆจริงหรือเปล่า

การอ่านสเป็คจะเป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินใจได้ ในระดับหนึ่ง เช่น ที่ราคามันต่างกัน เพราะว่า มันมีหน้าจอบิดพับได้ ใช้แฟลชไร้สายได้ พร้อมแต่งภาพในตัวกล้องได้เลย เป็นต้น

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่ากล้องตัวนั้นตก รุ่นราคามันเลยเท่ากับรุ่นเล็กที่ ออกมาใหม่ ดังนั้นแนะนำได้เลยว่าหาความรู้เกี่ยวกับการอ่านสเป็คไว้ก่อนซื้อกล้องไม่ เสียหาย

ส่วนเรื่องค่ายกล้องนั้น ต้องบอกว่าแต่ละยี่ห้อก็มีเทคโนโลยีที่โดดเด่นของตัวเอง ฉะนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณชื่นชอบยี่ห้อไหนเป็นทุนเดิมอยู่หรือเปล่า ยังไม่หมดนะ ยังไม่รวมถึงการคิดเผื่ออนาคตเมื่อต้องการอัพเกรดหรือซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

วมถึงราคาขายต่อ (เหตุผลที่คุณเห็น Nikon และ Canon เดินกันเกลื่อนเมืองก็เพราะซื้อง่ายขายคล่องนี่แหละ ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่หาง่าย มีให้เลือกหลากหลายกว่ายี่ห้ออื่นๆ)

5. ไปลองจับตัวจริง แนะนำแบบนี้เพราะว่าคุณจะรู้สึกได้เลยว่าถูกชะตากับตัวไหน แถมได้รู้ด้วยว่าร้านไหนต้อนรับและมองคุณเป็นลูกค้ามากกว่าเป็นหมูให้ฟัน

หรือบางร้านอาจจะไม่แยแส ถามคำตอบคำ แบบนี้อย่าหวังเรื่องบริการหลังการขายเลย การได้ลองตัวจริงคุณจะได้รู้ว่าจับถือถนัดมือหรือไม่

ปุ่มกดต่างๆใช้ง่ายหรือไม่ หรือหน้าตาตัวไหนถูกใจ เรียกว่ากล้องตัวไหนจับแล้วรู้สึกว่ามันกำลังยิ้มให้คุณ เลือกตัวนั้นแหละ

เนื้อคู่กันแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ดูมาแล้วทั้งสเป็กทั้งราคา เหลือแค่สัมผัสตัวเป็นๆนี่แหละ

6. รับประกันหลังการขาย เนื่องจากปัจจุบันกล้อง DSLR มีการขายที่เรียกกันว่าประกันร้าน ประกันศูนย์

ล้องที่เรียกว่าประกันร้านนั่นก็คือกล้องที่ไม่มีการรับประกันจากบริษัทที่ นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

บางครั้งก็เรียกกันว่ากล้องหิ้วเพราะเปิด กล่องออกมาต้องผงะกับใบรับประกัน ภาษาฮิบรู แถมคู่มือการใช้งานยังเป็นภาษาฮิบรูด้วยอีกต่างหาก

ยังไม่พอครับถ้าแจ็กพ็อตอาจได้กล้องที่มี แต่ภาษาอังกฤษกับภาษาฮิบรู แสดงว่าต้องหิ้วมาจากที่ไหนสักแห่งในโลกแน่ๆมันจึงพูดไทยไม่เป็น ส่วนของประกันศูนย์นั้นจะต้องมีใบรับประกันที่ออกโดยตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ไทย

ส่วนใหญ่มีคู่มือภาษาไทย และกล้องเองมีเมนูภาษาไทยด้วย (แต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยน่าซีเรียสสำหรับกล้องรุ่นใหม่ๆเพราะมีให้เลือก แทบทุกภาษาไม่ว่าจะกล้องประกันร้านหรือประกันศูนย์) สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ

กล้องประกันร้านราคาถูกกว่า แต่เอาเข้าศูนย์บริการในเมืองไทยแล้วถือว่าไม่อยู่ในประกัน คุณต้องเอากล้องตัวนั้นไปเคลมกับร้านที่ซื้อมาเท่านั้น (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีบริการหลังการขายดีแค่ไหน)

อยู่ที่การตัดสินใจของคุณว่าจะประหยัดเงิน แล้วเสี่ยงดวง หรือ ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความอุ่นใจ แต่สำหรับมือใหม่ขอแนะนำซื้อประกันศูนย์สบายใจกว่าครับ

7. ก่อนซื้อใจเย็นๆแล้วรอดูโปรโมชั่น นอกเสียจากว่าคุณรีบร้อนต้องซื้อวันนี้ เดี๋ยวนี้ เพราะราคาแต่ละร้านแม้ว่าจะเป็นประกันศูนย์ก็สามารถต่อรองได้นิดหน่อยถ้า

จ่ายด้วยเงินสด หรืออาจจะมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตที่ให้ผ่อน 0% ช่วยให้ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน และที่น่าสนใจก็คือหากมีการจัดงานมหกรรมลดราคาต่างๆ นอกเหนือจากราคาที่ถูกกว่าปกติ

ยังได้ของแถมมากมายแถมมีลุ้นชิงโชคอีกต่างหาก บางคนเคยได้กล้องราคาเท่าประกันร้านแถมได้ของแถมติดไม้ติดมือเยอะแยะ ยังไม่พอผ่อน 0%

ได้แล้วเอาแต้มในบัตรเครดิตไปแลกของได้อีก เยอะจริงๆ กำเงินไว้แน่นๆ อย่าให้กิเลสครอบงำจนหน้ามืดไปคว้าของแพงมา เช็คราคาหลายๆร้านไว้ด้วยก่อนตัดสินใจ

สำหรับงานมหกรรมลดราคาที่น่าสนใจก็เช่น งาน Powerbuy หรือไม่ก็งาน Photo Fair เป็นต้น

8. ซื้อมาแล้วต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ หากจะเอาจริงเอาจังกับกล้อง DSLR เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะใช้กล้อง DSLR ถ่ายรูปไม่สวย โฟกัสไม่เข้า เบลอ วัดแสงผิด

ใช้กล้องคอมแพ็กหรือกล้อง DSLR-Like ยังจะถ่ายสวยกว่า นอกจากนี้คุณจะต้องรักการถ่ายรูป ไปเที่ยวก็ถ่ายรูป ออกทริปเข้าสังคมก็เพื่ออยากถ่ายรูป

เข้าเว็บ TechXcite มาอ่านบทความนี้ก็เพราะชอบเรื่องกล้องถ่ายรูป แล้วเตรียมใจไว้เลยว่าคุณจะต้องมีอุปกรณ์งอกเงยขึ้นมาแน่นอนถ้าไม่เบื่อไป เสียก่อน ^_^

ขอบคุณบทความดีๆ โดย น้าป๋วย TechXcite

By nit Graphic Photo hut group




ความรู้เรื่องถ่ายภาพ

Wide Angle Lens
Macro Lens
กล้อง Mirrorless คืออะไร article
เทคนิคถ่ายภาพ
CCD กับ CMOS คืออะไร
การจัดองค์ประกอบของภาพ (Composition)